วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

วิธีกำจัดกลิ่นปากในสุนัข


สาเหตุของการเกิดกลิ่นปากในสุนัข
                เป็นผลมาจากการสะสมของกลิ่นแบคทีเรีย ที่ผลิตในปาก ปอด และสำไส้ ของสุนัข การมีกลิ่นปาก เป็นสัญญาณว่า สุนัขต้องการการดูแลฟันที่ดี หรือ มีสิ่งผิดปกติในระบบทางเดินอาหารของสุนัข โดยสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นปาก มีดังนี้

1. การกินอาหารกระป๋อง, อาหารที่มีน้ำมันปลาสูง, อาหารที่ย่อยยาก และการสะสมของอาหารอื่นๆ ใน 
    ซอกฟันของสุนัข
2. การงอกของฟันเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดสำหรับการมีกลิ่นปากของลูกสุนัข และสุนัขที่มีการสะสม
    ของเชื้อแบคทีเรียในเหงือก
3. โรคปริทันต์ หรือ โรคเหงือก ที่จะนำไปสู่การสูญเสียฟัน นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความเสียหายกับ ตับ 
     ไต และหัวใจได้ หินปูน ก่อให้เกิดการระคายเคือง และเหงือกอักเสบ
4. โรคระบบทางเดินอาหาร (ในกระเพาะอาหาร ตับ หลอดอาหาร และลำไส้)
5. โรคในช่องปาก การอักเสบของเหงือก 
6. โรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญอาหาร (ในไต) จะทำให้เกิดกลิ่นลมหายใจเปรี้ยว ซึ่งเกิดจากความผิด
     ปกติของสารพิษบางอย่างในเลือด
7. โรคเบาหวาน สัญญาณของโรค คือ จะมีกลิ่นปาก กลิ่นหวานหรือกลิ่นผลไม้

วิธีที่ช่วยในการกำจัดกลิ่นปากในสุนัข
1. น้ำมันมะพร้าว

                          Coconut Oil
น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราซึ่งช่วยในการลดกลิ่นเหม็นออกมาจากปากของสุนัขของคุณ
วิธีการ
     - น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา ผสมในอาหารของสุนัข
     - หรือนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้ในการปรุงอาหารสำหรับสุนัข
     - ใช้น้ำมันมะพร้าวในการแปรงฟันให้กับสุนัข
     - สามารถป้อนน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชาต่อวัน ให้กับสุนัขได้โดยตรง
     - ถ้าคุณให้สุนัขรับประทานน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

2. มะนาว

                         Hot Lemonade

มะนาวมีกลิ่นที่แรงและสดชื่น มีคุณสมบัติที่จะยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียภายในปากของสุนัขของคุณ จึงจะป้องกันไม่ให้มีกลิ่นปากได้ ซึ่งมันเป็นวิธีการรักษาที่ง่าย แต่มีประสิทธิภาพมาก
วิธีการ
     - หยดน้ำมะนาวในปริมาณเล็กน้อยลงในน้ำดื่มของสุนัข
     - มะนาวเป็นสารฟอกขาวโดยธรรมชาติ ที่จะช่วยในการทำความสะอาดช่องปากในสุนัข จึงช่วยลด
       กลิ่นปากของสุนัขได้

3. แครอท

                        Organic Carrots

แครอทมีสารเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ มันจะช่วยในการปกป้องร่างกายจากอันตรายได้ และยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินและมีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพที่ดี
หินปูนเป็นหนึ่งในสาเหตุของกลิ่นปาก ซึ่งแครอทจะช่วยในการขัดฟัน และขัดหินปูนออกได้
วิธีการ
     - ตัดแครอทเป็นชิ้นขนาดกลางๆ และให้สุนัขทานระหว่างมื้ออาหาร หรือ หลังอาหาร
     - การเคี้ยวแครอท จะช่วยขัดฟัน และกำจัดเศษอาหารออกจากฟันสุนัขได้
   
4. ข้าวกล้อง

                           Brown Rice

ข้าวกล้องมีเส้นใยสูง ซึ่งช่วยในการย่อยอาหาร พร้อมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่างๆเช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ฯลฯ แล้วยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยปรับปรุงกลิ่นลมหายใจของสุนัขให้ดีขึ้น
วิธีการ
     - ใช้แทนข้าวขาว ในการปรุงอาหารให้สุนัข
     - การทานข้าวกล้องเป็นประจำ จะช่วยป้องกันกลิ่นปาก จากสาเหตุของอาหารไม่ย่อย หรือ โรคทาง
       ระบบทางเดินอาหารอื่นๆ

5. ผักชีฝรั่ง
ส่วนใหญ่จะใช้ผักชีฝรั่ง เพื่อช่วยลดกลิ่นปาก โดยคลอโรฟิลล์ในผักชีฝรั่ง จะเป็นตัวช่วยในการลดกลิ่นปากในสุนัข
วิธีการ
     - ใช้เป็นน้ำยาป้วนปาก หรือสเปรย์
        นำใบผักชีฝรั่ง ใส่ลงในน้ำเดือด 500 มล.
        ตั้งทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วแยกใบออก
        ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น
        สามารถน้ำน้ำที่เตรียมนี้ให้สุนัขดื่มได้เลย
        แต่ส่วนใหญ่สุนัขจะไม่ชอบกลิ่น และรส ซึ่งจะคายออกมา (เป็นการบ้วนปากอีกวิธีหนึ่ง)
        นำน้ำผักชีใส่ในสเปรย์ แล้วสเปรย์เข้าไปในปากของสุนัข
     - นำใบผักชีมาสับละเอียด แล้วเพิ่มเข้าไปในอาหารของสุนัขของคุณ 

6. โยเกิร์ต

                             Probiotic Yogurt

โยเกิร์ตเป็นตัวช่วยลดกลิ่นปากในสุนัข นักวิจัยพบว่าการทานโยเกิร์ตอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง จะช่วยลด ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของกลิ่นปาก นอกจากนี้โยเกิร์ตยังอุดมไปด้วยแคลเซี่ยม ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปาก
วิธีการ
     - ให้สุนัขทานโยเกิร์ต 2-3 ถ้วยต่อวัน
     - สามารถผสมโยเกิร์ตกับข้าวกล้อง ให้สุนัขทานได้

7. การแปรงฟันให้สุนัข
     -ใช้แปรงขนนุ่ม สำหรับแปรงฟันให้สุนัข
     - ควรใช้ยาสีฟันสำหรับสุนัขเท่านั้น
     - สามารถใช้สมุนไพรบางชนิดผสมในยาสีฟันได้ เช่น ใบผักชี
     - ในระหว่างการแปรงฟัน ควรเน้นที่หินปูนของฟันด้านบน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดหินปูนกับฟันด้าน
        ล่าง
     - ควรทำความสะอาดลิ้นของสุนัขด้วย
     - ควรจะเริ่มแปรงฟันให้สุนัขตั้งแต่ยังหนุ่ม เพื่อให้เกิดความเคยชิน
     - ควรแปรงฟันอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ต่อ สัปดาห์

8. การเคี้ยว ขนมขบเคี้ยว

                           

มีขนมสำหรับขบเคี่้ยวจำนวนมาก ที่สามารถช่วยในการขัดฟัน ลดคราบหินปูนได้  ควรเลือกชนิดขนมให้เหมาะสมกับสุนัขของคุณ คือ เลือกตามขนาด หรือ อายุของสุนัข เช่น การให้ขนมชิ้นเล็ก กับสุนัขขนาดใหญ่ นอกจากจะไม่ช่วยขัดฟันแล้ว สุนัขยังอาจจะกลืนลงไปเลย ทำให้สำลักได้ สุนัขแก่ ควรจัดขนมขบเคี้ยวที่นุ่ม เพื่อป้องกันฟันหัก

Credit: http://www.1800remedies.com/how-to-get-rid-of-dog-bad-breath/

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

อาหารที่เป็นอันตรายต่อสุนัข


1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 
 บางคนหยิบยื่นแอลกอฮอล์ให้สุนัขกินเพื่ออยากรู้ปฏิกิริยาว่าเวลาเมา น้องหมาจะเดินโต๋เต๋เหมือนอย่างคนหรือไม่ แน่นอนค่ะ หากคุณลองให้สุนัขกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เพียงเขาจะเดินไม่ตรงทางเท่านั้น หากได้รับในปริมาณมาก ฤทธิ์ของเอทานอลในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้สุนัขตื่นเต้น หายใจช้าลง หัวใจเต้นช้าลง หรืออาจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้เลยล่ะ...อย่าลืมว่า น้องหมาตัวเล็กกว่าคน ปริมาณแอลกอฮอล์เพียงน้อยนิด ก็เป็นพิษต่อเขาได้มากแล้ว

2. อะโวคาโด
เนื่องจาก อะโวคาโด มีสารที่เรียกว่า เพอซิน* (Persin) ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่สำหรับสุนัข ถ้าเค้าทานในปริมาณมาก จะทำให้เป็นพิษได้ สารเพอซิน จะมีอยู่ในใบ เมล็ด และเปลือก
*สาร Persin  ทำให้มีอาการอาเจียน ท้องเสีย หายใจลำบาก หัวใจผิดปรกติ ถ้าได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้หัวใจและปอด ทำงานล้มเหลวได้

3. โกโก้
เป็นอาหารที่เป็นอันตรายสำหรับสุนัขอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ เนื่องจากธีโอโบรมีน มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจและระบบประสาทส่วนกลางรวมถึงออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหาร ถ้าสุนัขกินเข้าไปจะเกิดอาการอาเจียน ปวดท้องรุนแรง กล้ามเนื้อกระตุก หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ชัก และอาจตายได้

4. กาแฟ
คาเฟอีนในปริมาณมากเป็นพิษต่อสุนัข ที่เลวร้ายคือไม่มีทางถอนพิษด้วย อาการมีตั้งแต่กระสับกระส่าย หายใจหอบ หัวใจผิดจังหวะ กล้ามเนื้อกระตุก นอกเหนือจากต้องระวังชา กาแฟ ทั้งแบบสด แห้ง ผง สำเร็จรูปแล้ว อย่าลืมระวังโกโก้ เครื่องดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลังด้วยนะคะ ในยาแก้หวัดและยาแก้ปวดบางชนิดก็มี

5. องุ่น
ส่วนผสมที่ทำให้เกิดความเป็นพิษในสุนัขขององุ่นยังไม่ได้รับการยืนยันที่แน่นอน แต่สุนัขมักที่จะแสดงอาการเป็นพิษภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากที่ทำการกินองุ่นเข้าไป ซึ่งสุนัขมักจะเกิดอาการไตวายเฉียบพลัน อาการขาดการผลิตปัสสาวะ เป็นต้น  ส่วนลูกเกดนั้นจะส่งผลเป็นพิษสำหรับสุนัขบางสายพันธุ์

6. หมากฝรั่ง
สารให้ความหวาน “ไซลิทอล” ปลอดภัยสำหรับมนุษย์หากนำเข้าไปในร่างกาย แต่สามารถทำให้สุนัขเกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ, ชักหรือตับวายได้
มีข้อเท็จจริงจาก ASPCA รายงานว่า Poison Control Center ได้รับรายงานมากกว่า 3,700 สายในปี 2014 เมื่อเทียบกับ 82 สายในปี 2004 และขณะนี้กลุ่มสวัสดิภาพสัตว์ได้เรียกร้องให้มีการติดป้ายเตือนในสินค้าที่มีสารไซลิทอลด้วย
ด้านสัตวแพทย์กระตุ้นให้เจ้าของสุนัข ตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ระบุว่าปราศจากน้ำตาลในห้องครัว หากผลิตภัณฑ์ใดๆ มีไซลิทอล พวกเขาควรจะจัดวางในจุดที่ยากจะเข้าถึงหรือวางไว้ชั้นบนสุดของตู้

7. แมคคาเดเมีย
จริงอยู่ที่ถั่วแม็คคาเดเมียมีประโยชน์กับร่างกายของคุณ แต่สำหรับสุนัขแล้ว ถั่วดังกล่าวกลับให้โทษมหันต์ เพราะนอกจากจะทำลายระบบย่อยอาหารกับระบบประสาท สารในถั่วยังลดประสิทธิภาพในการทำงานกล้ามเนื้อด้วย

8. โดขนมปัง
ขนมปังที่เราชอบรับประทานกันในทุกเช้า และเจ้าของคนไหนที่ชอบแบ่งกินกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดให้รู้ไว้เลยว่า ขนมปังและยีสอาจทำให้สุนัขหรือแมวท้องอืดได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของลำไส้ทำให้มีปัญหาในเรื่องของระบบย่อยอาหาร ถึงแม้ปัญหานี้ส่วนมากจะเกิดจากยีส แต่ขนมปังก็อาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน 

Credit: https://www.pinterest.com/pin/409405422348352278/

วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

สายพันธุ์สุนัขที่มีปัญหาสุขภาพน้อยที่สุด(ภาค 1)

                               

บรรดาผู้รักสัตว์ทั้งหลาย คงไม่มีใครต้องการให้สัตว์เลี้ยงที่ท่านเลี้ยงมีอาการเจ็บป่วย ซึ่งนอกจากจะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาแสนแพง ยังอาจจะนำมาสู่ความวิตกกังวล และความเครียดอีกด้วย
อย่างเช่น สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาสุขภาพ 6 อย่าง คือ โรคข้อสะโพกวิการ, โรคกระเพาะอาหารบิด, โรคกล้ามเนื้อเสื่อม, จอประสาทตาเจริญผิดปกติ และ ต้อกระจก

แต่ก็ยังมีสุนัขบางสายพันธุ์ที่มีปัญหาด้านสุขภาพน้อย หรือ ไม่มีเลย จากข้อมูลของ animal planet พบว่ามีสุนัข 33 สายพันธุ์ที่พบปัญหาสุขภาพค่อนข้างน้อย ดังนี้


แบล็กแอนด์แทนคูนฮาวนด์

                               

เป็นสุนัขสายพันธุ์ขนาดใหญ่ มีความเป็นมิตร อ่อนโยน และชอบความอิสระ จากประวัติ พบว่า อาจจะมีปัญหาด้านสุขภาพเพียง 3 อย่าง คือ โรคข้อสะโพกวิการ (ซึ่งเป็นโรคโดยทั่วไป สำหรับสุนัขขนาดใหญ่), ภาวะหนังตาม้วนเข้าใน หรือ โรคฮีโมฟิเลีย (โรคเลือดออกง่ายแต่หยุดยาก)

บูวีเยเดฟล็องดร์

                               

เป็นสายพันธุ์ที่มีสุขภาพที่ดีมาก มีนิสัยกล้าหาญ ฉลาด และจะมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ เพียงเค้าได้รับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ซามอยด์

                              

เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ไม่ค่อยพบปัญหาด้านสุขภาพ แต่อาจมีแนวโน้มของปัญหาสุขภาพ 3 อย่าง คือ โรคข้อสะโพกวิการ, โรคกระเพาะอาหารบิด หรือ โรคจอประสาทตาเสื่อม ในอดีต สายพันธุ์นี้ได้ถูกใช้งานในการลากรถเลื่อนหิมะ ในประเทศรัสเซีย

Airedale Terrier

                             

นอกจากเป็นสุนัขที่มีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นสายพันธุ์ที่มีความน่ารักเป็นอย่างมาก มีความตื่นตัว เป็นมิตร และกล้าหาญ แต่อาจจะมีแนวโน้มเป็นโรคข้อสะโพกวิการได้

Cesky Terrier

                             

เป็นสายพันธุ์ที่มีสุขภาพดีมาก มีต้นกำเนิดจากสาธารณรัฐเช็ก อาจจะมีปัญหาสุขภาพเล็กน้อยจากโรคทางพันธุกรรม คือ โรคตะคริว แต่เป็นโรคที่ไม่อันตราย มักจะพบอาการเมื่อมีการออกกำลังกายเป็นเวลานาน 

Glen of Imaal Terrier

                             

สุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง ฉลาด ซื่อสัตย์ และสุภาพ มีปัญหาด้านสุขภาพเพียง 2 อย่างคือ โรคจอประสาทตาเสื่อม และ โรคข้อสะโพกวิการ

Puli

                             

เป็นสุนัขที่มีชื่อเสียงในประเทศฮังการี ที่มีลักษณะขนเหมือนผ้าถูพื้น และเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยมีปัญหาด้านสุขภาพซักเท่าไหร่

Icelandic Sheepdog

                            

สุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง มีปัญหาสุขภาพเพียง 2 อย่างที่ต้องระวัง คือ โรคเกี่ยวกับจอประสาทตา และ Dermoid Sinus หรือ Cyst (เป็นโรคที่เกิดจากการย้อนของขนผิดทาง มักเรียกกันสั้นๆว่า ซีสต์ หรือ ขนคุด คือ อาการของขนที่ไม่งอกแทงออกขึ้นมาจากผิวหนัง แต่จะงอกแทงลงไปในกระดูกสันหลัง)

Tibetan Spaniel

                            

สายพันธุ์ขนาดเล็กที่มีความตื่นตัว ร่าเริง มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับ โรคสะบ้าเคลื่อน เมื่อสะบ้าเคลื่อนออกนอกร่องสุนัขอาจแสดงอาการเจ็บขาและไม่ใช้ขารับน้ำหนักขึ้นกับระดับความรุนแรงของโรค 

Anatolian Shepherd

                           

เป็นสุนัขสายพันธุ์ขนาดยักษ์ใหญ่ แต่ขนาดไม่มีผลต่อสุขภาพของสุนัข โดยมีปัญหาด้านสุขภาพที่ต้องระวังเพียง 2 อย่าง คือ โรคข้อสะโพกวิการ (ซึ่งเป็นโรคโดยทั่วไป สำหรับสุนัขขนาดใหญ่), ภาวะหนังตาม้วนเข้าใน ที่จะทำให้เกิดการระคายเคือง และน้ำตาไหลตลอดเวลาได้

Credit: http://dogs.petbreeds.com/stories/5246/33-healthiest-dog-breeds?utm_medium=social.paid.pin&utm_source=pinterest&utm_campaign=ao.sp.pi.5246&pp=1#Intro

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

DIY ของใช้สำหรับน้องหมากันเถอะ

สเวตเตอร์สำหรับน้องหมา

                             dog sweater

                                      
                                                             เลือกใช้ส่วนแขนของเสื้อ

                                      
 
                                      

                            dog sweater
Credit: http://thehobbyroomdiaries.com/2012/08/technique-of-week-easy-little-dog-2.html/

ที่นอนสำหรับน้องหมา


                           

                           
                                                     อุปกรณ์ กระเป๋าเดินทางใบเก่าๆ

                           

                           

                           

                           

                                     

                           

                           

                           

Credit: http://www.mysocalledcraftylife.com/2012/07/11/beau-rouxs-corner-diy-pet-bed/

ปลอกคอน้องหมา

                         Paracord Dog Collar - Tutorial at HandsOccupied.com

                         Paracord Dog Collar - Tutorial at HandsOccupied.com

                         Paracord Dog Collar - Tutorial at HandsOccupied.com

                         Paracord Dog Collar - Tutorial at HandsOccupied.com

                                           How to Knot a Paracord Bracelet or Collar - Tutorial at HandsOccupied.com

                           Paracord Dog Collar - Tutorial at HandsOccupied.com

                           Paracord Dog Collar - Tutorial at HandsOccupied.com

                           Paracord Dog Collar - Tutorial at HandsOccupied.com

Credit: http://www.handsoccupied.com/2013/03/how-to-rainbow-paracord-dog-collar/

ของเล่นสำหรับน้องหมา


                           dogtoyCut

                           dogtoythree

                           dogtoyCloseHole

                           dogtoyNeedle

                           dogtoyDone

                           dogtoyRun

Credit: http://www.theexperimentalhome.com/yarn-scrap-dog-toy/


วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

การปฐมพยาบาลสุนัขเบื้องต้น

การปฐมพยาบาลสุนัขเบื้องต้น

           ในสภาพการเลี้ยงสุนัขในปัจจุบันนี้ ทำให้สุนัขมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ (เช่น รถชน ช็อก ไฟฟ้าดูด ตกน้ำ และปวดท้องอย่างเฉียบพลัน เป็นต้น) หรือได้รับสารพิษได้ง่าย เจ้าของจึงมีความจำเป็นต้องให้การปฐมพยาบาลก่อนที่จะส่งต่อให้สัตวแพทย์ทำ การรักษาต่อไป ดังนั้นเจ้าของหรือผู้เลี้ยงสุนัขจึงควรรู้ถึงวิธีการปฐมพยาบาลสุนัขที่ถูก วิธี เพื่อลดความเจ็บปวดและโอกาสที่จะทำให้สุนัขตายได้

การช่วยหายใจและการปั๊มหัวใจ

           การช่วยหายใจก็เพื่อช่วยเหลือให้สุนัขหายใจในขณะที่หมดความรู้สึก ส่วนการปั๊มหัวใจเป็นการช่วยเหลือเมื่อไม่ได้ยินเสียงเต้นของหัวใจหรือ รู้สึกว่าหัวใจหยุดเต้น เมื่อหยุดหายใจจะทำให้หัวใจหยุดเต้นตามมา การช่วยหายใจร่วมกับการปั๊มหัวใจจะช่วยทำให้สุนัขมีชีวิตต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อจะได้ทำการช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไปได้ การปั๊มหัวใจจะทำให้อากาศถ่ายเทเข้าสู่ปอดและยังช่วยปั๊มเลือดด้วย แต่เพื่อที่จะให้ได้ผลดีที่สุด ควรปั๊มหัวใจร่วมกับการช่วยหายใจแบบปากต่อจมูกด้วย ซึ่งต้องอาศัย 2 คนช่วยเหลือกัน โดยที่คนหนึ่งช่วยปั๊มหัวใจ ส่วนอีกคนช่วยหายใจแบบปากต่อจมูก

           กรณีฉุกเฉินที่ต้องช่วยหายใจและ/หรือปั๊มหัวใจ ได้แก่ ช็อก ได้รับสารพิษ ชักเป็นเวลานาน โคมา อุบัติเหตุที่หัว ไฟฟ้าดูด และ อุดตันทางเดินหายใจ เป็นต้น
การช่วยหายใจ

           วิธีการช่วยหายใจมี 2 วิธี คือ แบบกดที่หน้าอก และแบบปากต่อจมูก การกดที่อกเป็นวิธีการที่ใช้แรงกดไปที่ผนังช่องอก เพื่อให้อากาศออกมาและจากนั้นจึงผ่อนแรงเพื่อให้อากาศเข้าไป จึงเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ส่วนวิธีการปากต่อจมูกนั้นจะเป็นวิธีที่ทำเมื่อใช้วิธีกดช่องอกไม่ได้ผล หรือเมื่อช่องอกทะลุมีรูเกิดขึ้น

วิธีการกดช่องอก

           1. คลำชีพจรหรือสังเกตการเต้นของหัวใจ

           2. เปิดปากสุนัขและทำความสะอาดเพื่อไม่ให้มีน้ำลายหรือเสมหะ

           3. วางสุนัขบนที่ราบโดยให้ด้านขวาของสุนัขอยู่ด้านล่าง

           4. วางมือข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างลงบนหน้าอกแล้วกดลงอย่างแรง จากนั้นปล่อยมืออย่างรวดเร็ว ถ้าทำอย่างถูกต้องจะได้ยินเสียงอากาศผ่านเข้าและออก ถ้าไม่ได้ยินเสียงอากาศผ่านเข้าออกให้ใช้วิธีปากต่อจมูก

           5. ปฏิบัติจนกระทั่งสุนัขหายใจได้เอง หรือตราบเท่าที่หัวใจยังเต้นอยู่

วิธีการปากต่อจมูก

           1. ในตอนแรกทำเหมือนขั้นตอนที่ 1 และ 2 ของวิธีการกดช่องอก

           2. ดึงลิ้นออกมาและปิดปาก จากนั้นใช้มือปิดริมฝีปาก

           3. จากนั้นใช้ปากของท่านปิดจมูกสุนัขแล้วเป่าติดต่อกันเป็นเวลา 3 วินาที จะทำให้ช่องอกขยายออก จากนั้นเอาปากออกจะทำให้อากาศออกมา

           4. ปฏิบัติจนกระทั่งสุนัขหายใจได้เอง หรือตราบเท่าที่หัวใจยังเต้นอยู่

การปั๊มหัวใจ





ปั๊มหัวใจสุนัขขนาดเล็ก

           1. ในตอนแรกทำเหมือนขั้นตอนที่ 1 และ 2 ของวิธีการกดช่องอก

           2. จับสุนัขนอนตะแคง วางนิ้วโป้งลงบนข้างใดข้างหนึ่งของกระดูกอก (sternum) และนิ้วมืออื่น ๆ อยู่ด้านตรงข้ามหลังข้อศอกเล็กน้อย

           3. กดช่องอกแรง ๆ 6 ครั้ง จากนั้นพักนาน 5 วินาทีเพื่อให้ช่องอกขยายตัว แล้วจึงกดซ้ำอีก

           4. ปฏิบัติการซ้ำจนกระทั่งหัวใจเต้นได้เอง หรือจนกระทั่งหัวใจไม่เต้นเป็นเวลานาน 5 นาที

Credit: http://www.chihuahua.in.th/webboard/index.php?topic=67.0;wap2
            https://www.pinterest.com/pin/546624473500837287/