วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สุนัขที่มีสายพันธุ์มาจากทวีปเอเชีย

สายพันธุ์จากประเทศอัฟกานิสถาน
สายพันธุ์อัฟกัน ฮาวนด์ (Af) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์เกรฮาวด์ ที่สง่างาม และมีเสน่ห์ อาจจะรองจาก สายพันธุ์ซาลูกิ เล็กน้อย

           
                                                          สุนัขสายพันธุ์ อัฟกัน ฮาวนด์


                                                            สุนัขสายพันธุ์ ซาลูกิ

สายพันธุ์จากประเทศภูฐาน
เป็นสุนัขสายพันธุ์หิมาลายัน คือ
ภูเทียชีปด็อก(Bhutia Sheepdog) มีลักษณะคล้าย หิมาลายันชีปด็อก และสายพันธุ์ทิเบต แต่มีขนาดใหญ่กว่า และมีหางม้วนกลับมาด้านหลัง คนเลี้ยงแกะนิยมนำมาเลี้ยง เพื่อป้องกันภัยให้กับฝูงแกะ สีที่พบมากที่สุดคือสีดำ สีน้ำตาล หรือ สีแดง


                                                              สุนัขสายพันธุ์ ภูเทียชีปด็อก

แดมชิ (Damchi) คือ สายพันธุ์สุนัขที่ตั้งชื่อตามหมู่บ้านในหิมาลัย เป็นคำที่ใช้เรียกสุนัขเฝ้ายาม มีลักษณะคล้ายกับ ทิเบตสแปเนียล (Tibetan Spaniel) แต่มีขนาดใหญ่กว่า และกำยำมากกว่า มีขนสีดำ และรอยสีน้ำตาล หรือ สีขาว บริเวณด้านหลัง


                                                                สุนัขสายพันธุ์ แดมชิ


  สุนัขสายพันธุ์ ทิเบต สแปเนียล


สายพันธุ์จากประเทศกันพูชา
ราซอร์แบ็ค (Razorback dog) มีลักษณะแตกต่างจากพันธุ์ไทยหลังอาน มีขนาดที่ใหญ่กว่า ขนาดหัวที่กว้าง มีหางรูปดาบเป็นพวง และมีขนที่ยาวกว่า


                                                             สุนัขสายพันธุ์ ราซอร์แบ็ค

สายพันธุ์จากประเทศจีน
ไชนิส ชงจิง (Chinese Chongqing Dog) เป็นสายพันธุ์โบราณและหายาก เป็นสุนัขล่าสัตว์ ตั้งชื่อตามเมืองในประเทศจีน ชงจิงเป็นสุนัขที่แข็งแรงและทนทาน


สุนัขสายพันธุ์ ไชนิส ชงจิง

Chinese Crested Dog สุนัขไม่มีขน โดยมีผมกระจุกอยู่ที่ศรีษะ เท้า และหาง


                                                         สุนัขสายพันธุ์ Chinese Crested Dog

ไชนิส ฟู ด็อก (Chinese Foo dog) เป็นสายพันธุ์ผสมระหว่าง เชาเชา กับสุนัขล่าสัตว์ฝั่งยุโรป เป็นสุนัขกลุ่มสปริตซ์
                                                         สุนัขสายพันธุ์ Chinese Foo Dog

เชา เชา (Chow Chow) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีความผิดปกติมากที่สุด มีแผงคอของสิงโต มีลิ้นของหมี เป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่มาก และมีลักษณะใกล้เคียงกับบรรพบุรุษ เป็นสายพันธุ์ที่มีความเข้มแข็ง รักความอิสระ และเอาแต่ใจ


                                                            สุนัขสายพันธุ์ เชา เชา

ปักกิ่ง (Pekingese) สุนัขสายพันธุ์เล็ก ที่ขุนนางจีน นิยมเลี้ยง


                                                             สุนัขสายพันธุ์ ปักกิ่ง

ปั๊ก (Pug) สุนัขหน้าสั้น ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดจากจีน แต่เป็นที่รู้จักกันที่ประเทศฮอลแลนด์ในปี 1500 เป็นสุนัขที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์โดยประเทศอังกฤษ


                                                                สุนัขสายพันธุ์ ปั๊ก

ชาเป่ย (Shar Pei) สายพันธุ์สุนัขผิวย่น สมัยก่อนใช้ในการต่อสู้ระหว่างสุนัข นอกจากนั้นยังใช้ในการล่าหมูป่า


                                                                  สุนัขสายพันธุ์ ซาเป่ย

ชิสุ (Shih Tzu) ถูกเรียกว่า ลาซาไลอ้อน (Lhasa Lion Dog) ซึ่งจะแตกต่างจาก ไชนิสไลอ้อน (ปักกิ่ง) พบสุนัขชิสุตั้งแต่ศตวรรษที่ 17  ในราชวงษ์จีน


                                                               สุนัขสายพันธุ์ ซิสุ

สายพันธุ์จากประเทศอินเดีย
อลังกูมาสทิฟ (Alangu Mastiff) สุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองของทางตอนใต้ของอินเดียและปากีสถาน นิยมใช้เป็นสุนัขเฝ้ายาม และสุนัขต่อสู้


                                                สุนัขสายพันธุ์ Alangu Mastiff

Bakharwal Dog มีสีดำ หรือ สีน้ำตาล เป็นสายพันธุ์ โมลอสเซอร์ ใล้สำหรับสุนัขเฝ้ายาม หรือ เลี้ยงแกะ


                                                    สุนัขสายพันธุ์ Bakharwal Dog

ปัญจาระฮาวนด์ (Banjara Hound) เป็นสายพันธุ์ล่าทั่วไป และเฝ้ายาม ทางตอนเหนือของอินเดีย มีความเร็วเท่ากับเกรฮาวนด์ และแข็งแกร่งเช่นเดียวกับ คอลลี่ นิสัยตื่นตัวและเกเร ขนหนาและนุ่มเวลาสัมผัส แต่ไม่ค่อยลื่น


                                                   สุนัขสายพันธุ์ Banjara Hound

อินเดียสปริทซ์ (Indian Spitz) สุนัขสายพันธุ์เล็กคล้ายกับปอมเมอเรเนียน แต่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง สมัยก่อนใช้ทำงานในไร่ มักจะมีสีขาว แต่อาจจะมีสีดำหรือน้ำตาลได้


                                                       สุนัขสายพันธุ์ Indian Spitz

คานนี (Kanni Dog) เป็นสายพันธุ์เก่าแก่และหายากชนิดหนึ่ง เป็นสุนัขล่าสัตว์พบทางตอนใต้ของอินเดีย และอาจจะสืบเชื้อสายมาจาก ซาลูกิ คนอินเดียใช้สุนัขสายพันธุ์นี้เป็นของขวัญให้กับเจ้าบ่าวก่อนที่จะแต่งงาน คานนีมี 4 สี คือ น้ำตาล ครีม ดำ และลายน้ำตาล เป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน ไม่อนุญาตให้เดินตามถนน อาหาร 3 มื้อ คือ นม ช่วงเช้า โจ๊กข้าวโพด ช่วงบ่าย และโจ๊กราจี ช่วงเย็น และจะได้รับเนื้อสัตว์เพียงสัปดาห์ละครั้ง หรือ เดือนละครั้งเท่านั้น


                                                               สุนัขสายพันธุ์ Kanni Dog

Rampur Greyhound สายพันธุ์เกรฮาวนด์เวอร์ชั่นของอินเดีย แต่ตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย มีพละกำลังมาก หัวกระโหลกและขากรรไกรที่แข็งแรงมาก สีดำ หรือ เทา


                                                     สุนัขสายพันธุ์ Rampur Greyhound

สายพันธุ์จากประเทศอินโดนีเซีย
คินตามณี (Kintamani) ลักษณะเหมือนสปิทซ์ สีขาว สีด่าง หรือมี 3 สี (สีขาว ทอง และดำ) เป็นสุนัขสายพันธุ์จากเกาะบาหลี


                                                      สุนัขสายพันธุ์ คินตามณี

สายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น
เจแปนนิสชิน (Japanese Chin) มีขนาดเล็ก สีดำ-ขาว หรือ แดง-ขาว มีขนเนียนเรียบ เป็นสุนัขที่เลี้ยงในราชวงค์ เช่นเดียวกับ สแปเนียล หรือ ปักกิ่ง


                                                     สุนัขสายพันธุ์ เจแปนนิสชิน

เจแปนนิส สปิทซ์ (Japanese Spitz) ขนาดเล็ก สีขาวบริสุทธิ์ หน้าสุนัขจิ้งจอก หูตั้ง และหางม้วน


                                                  สุนัขสายพันธุ์ เจแปนนิส สปิตซ์

เจแปนนิส เทอร์เรีย (Japanese Terrier)ป็นสายพันธุ์ที่หายาก พัฒนามาจาก สมู๊ตฟอกซ์เทอร์เรีย (Smooth Fox Terrier) นำเข้ามาในญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่ 17-18

                                                         สุนัขสายพันธุ์ เจแปนนิส เทอเรีย


                                                    สุนัขสายพันธุ์ Smooth Fox Terrier

ซานชู (Sanshu) เป็นสุนัขที่แข็งแกร่ง ลักษณะคล้ายอาคิตะขนาดเล็ก (หรือชิบะขนาดใหญ่) ขนสีแดง สีน้ำตาล ขาว เทา เทาแกมเหลือง หรือสีลาย ใช้เป็นสุนัขเฝ้ายามและเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน


                                                       สุนัขสายพันธุ์ Sanshu

สายพันธุ์จากประเทศเกาหลี
โดซา (Dosa) สุนัขสายพันธุ์ใหญ่ จากประเทศเกาหลี


                                                              สุนัขสายพันธุ์ Dosa

จินโด (Jindo) สายพันธุ์สปิตซ์ สำหรับล่าสัตว์ มีความคล่องตัวเหมือนแมว มีความสามารถโดดเด่น


                                                             สุนัขสายพันธุ์ Jindo

พุงซาน (Poong san) เป็นสุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองของเกาหลี ที่ตัวใหญ่ และแข็งแรงที่สุด มีสีขาว น้ำตาลแดง เทา ดำ หรือมีลาย ใช้สำหรับล่าเสือ กวาง หรือหมูป่า


                                                             สุนัขสายพันธุ์ Poong san

Sapsal เป็นสายพันธุ์หายาก ขนยาว ขนาดกลาง ตามความเชื่อโบราณสุนัขพันธุ์นี้สามารถช่วยปัดเป่า ภูตผีออกจากบ้านเรือนได้ นิสัยไม่ก้าวร้าว อารมณ์ดี

                                                                  สุนัขสายพันธุ์ Sapsal

สายพันธุ์จากประเทศมาเลเซีย
เทโลเมียน (Telomian) มีลักษณะคล้ายพันธุ์บาเซนจิ ตั้งชื่อสายพันธุ์มาจาก ชื่อแม่น้ำ เทลอม ประเทศมาเลเซีย


                                                            สุนัขสายพันธุ์ Telomian

สายพันธุ์จากประเทศเนปาล
หิมาลายัน ชิฟด็อก (Himalayan Sheep dog (Nepal)) เป็นสายพันธุ์เทือกเขาหิมาลัย ใช้เฝ้ายาม หรือ ดูแลสถานที่ มีสายพันธุ์ใกล้ชิดกับทิเบตัน มัสทิฟ สภาพความเป็นอยู่โดยธรรมชาติของสุนัขพันธุ์นี้จะอยู่แบบป่าเถื่อน แต่เมื่อนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงในครอบครัวก็จะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น


                                             สุนัขสายพันธุ์ Himalayan Sheep dog (Nepal)

แบล็คฮิว (Black Hill Dog (Nepal)) มีขนาดกลาง ถึง ขนาดใหญ่ มีสายพันธุ์ใกล้ชิดกับ ทิเบตัน ซาคิ (Tibetan Shakhi) แต่มีพวงหางไปด้านหลัง ไม่ขดมาด้านหลัง

                                                    สุนัขสายพันธุ์ Black Hill Dog (Nepal)


                                                สุนัขสายพันธุ์ Tibetan Shakhi

สายพันธุ์จากประเทศศรีลังกา
สิงหล ฮาวนด์ (Sinhala Hound) ตามชื่อตามคนสิงหล ในประเทศศรีลังกา มีสายพันธุ์สัมพันธ์กับ บาเซนจิ และ ดิงโก้ มีนิสัยกระตือรือล้นและเชื่อฟังคำสั่ง


                                                   สุนัขสายพันธุ์ Sinhala Hound

สายพันธุ์จากประเทศไทย
ไทยหลังอาน (Thai Ridgeback) มาจากภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยชาวนาไทยเลี้ยงไว้เฝ้ายาม จากเอกสารอ้างอิงโบราณ พบว่าสายพันธุ์นี้มีมาตั้งแต่ เมื่อ 360 ปีที่แล้ว 


                                                           สุนัขสายพันธุ์ ไทยหลังอาน

ไทยบางแก้ว เป็นสายพันธุ์สปิทซ์ พัฒนามาจากสุนัขจิ้งจอก-สุนัขป่า 


                                                              สุนัขสายพันธุ์ ไทยบางแก้ว

ไทยโบราณ (Boran Dog) เป็นสุนัขพันธุ์ไทยที่ไม่มีขน


                                                      สุนัขสายพันธุ์ ไทยโบราณ

หมาไทย (Thai dog) สุนัขพันธุ์หลังอานขนาดเล็ก แต่ไม่สันตรงบริเวณหลัง


                                                             สุนัขสายพันธุ์ หมาไทย

สายพันธุ์จากประเทศทิเบต
Goh-Khi (Tibet) เป็นสายพันธุ์ขนาดเล็ก


                                                       สุนัขสายพันธุ์ Goh-Khi (Tibet)

Kyi Apso (Tibet) สูง ขนยาว ใช้เป็นสุนัขเฝ้ายาม และสุนัขรักษาความปลอดภัย


                                                      สุนัขสายพันธุ์ Kyi Apso (Tibet)

Lhasa Apso (Tibet) หนึ่งในสายพันธุ์สุนัขเก่าแก่ ที่พระทิเบตนิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน มีอายุยืน ขนยาวและหนา สีทอง น้ำตาล เทาหรือดำ บางครั้งอาจจะสับสนกับสุนัขสายพันธุ์ชิสุได้
                                                   สุนัขสายพันธุ์ Lhasa Apso (Tibet) 

Shakhi (Tibet) รู้จักการในนาม ทิเบตันการ์ด เป็นสุนัขขนาดกลาง ความสูง สูงกว่าทิเบตันมัสทิฟ แต่เตี้ยกว่า แบล็คฮิว ใช้สำหรับสุนขเฝ้ายาม หรือบางครั้งใช้เป็นสุนัขล่าสัตว์


                                                         สุนัขสายพันธุ์ Tibetan Shakhi

ทิเบตัน มัสทิฟTibetan Mastiff (Tibet) สุนัขสายพันธุ์โบราณ ใช้สำหรับต้อนและเฝ้ายามในคาราวาน


                                                           สุนัขสายพันธุ์ Tibetan Mastiff

ทิเบตัน สแปเนียล (Tibetan Spaniel (Tibet))


                                                      สุนัขสายพันธุ์ Tibetan Spaniel

ทิเบตัน เทอร์เรีย Tibetan Terrier (Tibet) มีลักษณะขนยาว


                                                        สุนัขสายพันธุ์ Tibetan Terrier

สายพันธุ์จากประเทศเวียดนาม
Phu Quoc Dogป็นสายพันธุ์หลังอาน แต่มีขนที่ยาวกว่า และมีหางดาบ ลักษณะเหมือนไทยหลังอาน แต่มีลักษณะบางอย่างที่แตกต่างกัน เช่น ไทยหลังอานจะเงียบสงบกว่า ลักษณะสายพันธุ์ หัวเล็ก จมูกยาว และหูบาง


                                                          สุนัขสายพันธุ์  Phu Quoc Dog

เขียนและเรียบเรียงโดย : Zeeson (www.petseasons.co.th)
Credit: http://dogbreeds.bulldoginformation.com/asian-dog-breeds.html

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อาหารคนที่สุนัขสามารถรับประทานได้

พาสต้าและข้าว


สุนัขสามารถทานพาสต้าปรุงสุกได้ และข้าวกล้องคืออาหารสุขภาพที่ดี สามารถนำไปผสมในอาหารสุนัขเพื่อเพิ่มรสชาดได้ โดยการให้อาหารของเรากับสุนัขไม่ควรเกิน 5-10%  ส่วนที่เหลือควรเป็นอาหารสำหรับสุนัขที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน

เนื้อสัตว์



ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ ไก่งวง เนื้อวัว และเนื้อสเต็กย่าง ซึ่งเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง สามารถช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายสุนัขได้ เนื้อสัตว์ที่จะให้สุนัขทานจะต้องปรุงสุก ไม่ควรทานเนื้อดิบ หลีกเลี่ยงส่วนที่เป็นไขมัน และเบคอน ควรตัดชิ้นเนื้อให้ขนาดพอดี หรือ บด เพื่อให้ทานง่าย ไม่ควรนำเนื้อเก่า ขึ้นรา หรือเสียให้สุนัขทาน

ผัก



ผักช่วยเสริมวิตามิน และใยอาหารให้กับสุนัข สามารถทานได้สดๆ เช่น แครอท แตงกวา บวบ ผักกาดหอม เมล็ดข้าวโพด และผักชีฝรั่ง หรือผักต้ม เช่น ถั่วเขียว บล็อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ส่วนอะโวคาโด ไม่ดีต่อระบบการย่อยอาหาร ไม่ควรให้ผัก หรือ ผลไม้อื่นๆ ที่มีผลต่อกระเพาะอาาหารของสุนัข

ขนมปังและเพรทเซล



ขนมปังธัญพืช มีผลดีต่อระบบทางเดินอาหารของสุนัข หรือสามารถให้ทานขนมเพรทเซลแบบไม่ใส่เกลือ เนื่องจากเกลือ จะมีผลทำให้กระหายน้ำ หรือถ้าทานเยอะๆ อาจจะเกิดปัญหาต่อสุขภาพได้

ผลไม้ และขนมหวาน



ผลไม้ส่วนใหญ่จะดีต่อสุนัข ยกเว้นองุ่นและลูกเกต เช่น กล้วย แอปเปิ้ล(ปอกเปลือก) แคตาลูปหรือแตงโม บลูเบอร์รี่หรือส้ม คุณสามารถทำขนมมันฝรั่งอบ ให้สุนัขทานเองที่บ้านได้ ดังนี้
ปอกเปลือกมันฝรั่ง พร้อมหั่นให้เป็นแผ่นประมาณ ครึ่งนิ้ว นำไปวางเรียงบนถาดอบ แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 225 F เวลา 3-4 ชั่วโมง เสร็จแล้วสามารถเสริฟให้สุนัขทานเล่นได้

อาหารช่วยให้สุนัขทานยาได้ง่ายขึ้น



สุนัขบางตัวจะทานยาค่อนข้างยาก แต่เราสามารถทำให้ง่ายขึ้นได้โดย การนำยาเข้าไปในอาหาร หรือ ขนมที่นิ่มๆ เช่น เนยถั่ว เนื้อสุก เนื้อไก่ หรืออื่นๆ สุนัขจะทานเข้าไปโดยไม่รู้วา่มียาอยู่ข้างใน

ควรให้กระดูกกับสุนัขหรือไม่



ควรให้ขนมขบเคี้ยวสุนัขที่เป็นแท่งจะดีกว่า กระดูกไก่ ไก่งวง เป็นอันตรายต่อสุนัข เพราะสุนัขสามารถกัดให้เป็นชิ้นแหลม และคมได้ แล้วกระดูกแกะ หรือ วัวที่มีขนาดใหญ่หล่ะ สุนัขสามารถกัดแทะได้รึเปล่า ผู้เชียวชาญไม่แนะนำ ให้ใช้กระดูกที่ดิบเนื้องจากมีเชื้อโรคเกาะติดมาด้วย  ถึงแม้กระดูกจะปรุงสุกแล้ว ก็ไม่ควรนำมาแทะ เพราะสุนัขสามารถกัดแตกให้เป็นชิ้นแหลมคมได้

Credit: http://pets.webmd.com/ss/slideshow-people-foods-your-dog-can-eat


วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อะไร ควร หรือ ไม่ควรทาน สำหรับสุนัข

อาหารอันตรายสำหรับสุนัข
การให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ กับสุนัข ด้วยอาหารของเรา อาจส่งผลต่อสุขภาพของสุนัขได้ โดยที่เราคาดไม่ถึง ในความเป็นจริงมีอาหารคนหลายอย่าง ที่ไม่ควรให้สุนัขทาน ซึ่งไม่ได้มีผลเพียงแค่เรื่องน้ำหนักเท่านั้น อาหารบางอย่างสามารถทำอันตรายกับสุนัขได้

อะโวคาโด



สุนัขไม่ควรทาน เนื่องจาก อะโวคาโด มีสารที่เรียกว่า เพอซิน* (Persin) ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่สำหรับสุนัข ถ้าเค้าทานในปริมาณมาก จะทำให้เป็นพิษได้ หากที่บ้านคุณปลูกอะโวคาโด ควรหลีกเลี่ยงสุนัขในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากสารเพอซิน จะมีอยู่ในใบ เมล็ด และเปลือก
*สาร Persin  ทำให้มีอาการอาเจียน ท้องเสีย หายใจลำบาก หัวใจผิดปรกติ ถ้าได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้หัวใจและปอด ทำงานล้มเหลวได้

เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์



เบียร์ เหล้า ไวน์ อาหารที่ผสมแอลกอฮอล์ ไม่ควรให้สุนัขทาน เนื่องจาก แอลกอฮอล์ มีผลต่อตับและสมอง เช่นเดียวกับมนุษย์ อาการที่พบได้ทันที คือ อาเจียน ท้องเสีย ซึมเศร้า หายใจลำบาก หรือ อาจทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก จะแสดงอาการที่รุนแรงกว่า


หัวหอมและกระเทียม


หัวหอมและกระเทียมในทุกรูปแบบ เช่น ดิบ สุก หรือ อบแห้ง สามารถทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง นำไปสู่โรคโลหิตจางได้ การรับประทานจำนวนมากเพียงครั้งเดียว หรือ ปริมาณน้อยแต่เป็นประจำ สามารถก่อให้เกิดโรคได้ รวมถึงอาการอื่นๆ เช่น ร่างกายอ่อนแอ อาเจียรน เบื่ออาหาร และหอบ

กาแฟ ชา และเครื่องดื่มคาเฟอีนอื่นๆ


ถ้าสุนัขได้รับปริมาณคาเฟอีนที่มากพอ จะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ และไม่มียาแก้พิษดังกล่าว อาการที่เกิดจากการแพ้พิษคาเฟอีน กระสับกระสาย หายใจเร็ว หัวใจสั่น มีเลือดออก คาเฟอีนสามารถพบได้ใน ชา กาแฟ โกโก้ ช็อคโกแลต เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เช่น กะทิงแดง

องุ่นและลูกเกด



เรามักจะนำองุ่นและลูกเกดมาเป็นขนมสำหรับสุนัข ซึ่งไม่แนะนำ ถึงแม้จะยังไม่มีผลยืนยันที่ชัดเจนว่ามีผลทำให้ไตวาย และการกินเพียงเล็กน้อยจะทำให้เจ็บป่วยได้ เช่น อาเจียน เซื่องซึม

นมและผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ



การที่สุนัขรับประทานนม หรือ ผลิตภัณฑ์ของนม จะทำให้ท้องเสีย และมีผลต่อระบบการย่อยอาหารได้

แมคาเดเมีย



แมคาเดเมีย หรือ อาหารที่มีส่วนผสมของเมคาเดเมีย สามารถเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของสุนัขได้ เมคาเดียเมียเพียง 6 ชิ้น สามารถทำให้สุนัขป่วยได้ อาการคือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพาต อาเจียร อุณภูมิในร่างกายสูง หัวใจเต้นเร็ว และการทานช็อคโกแลตพร้อมถั่ว จะยิ่งทำให้อาการแย่ลง อาจถึงตายได้

ลูกอมและหมากฝรั่ง



ลูกอม หมากฝรั่ง ยาสีฟัน ขนมอบ และอาหารรสหวานด้วยซอบิทอล สามารถเพิ่มปริมาณอินซูรินในระบบไหลเวียนของร่างกายสุนัข ซึ่งมีผลทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง และทำให้เกิดภาวะไตวายได้ อาการเริ่มแรก อาเจียน เซื่องซึม และมีอาการชัก ภาวะไตวาย ในระยะเวลาต่อมาเพียงไม่กี่วัน

ช็อคโกแลต



หลายท่านทราบว่าช็อคโกแลตไม่ดีต่อสุนัข ในช็อคโกแลตประกอบด้วยสาร ทรีโอโบมีน ที่เป็นพิษต่อสุนัข เพียงแค่เค้าเลียชามที่มีช็อคโกแลต ก็สามารถทำให้อาเจียน ท้องเสีย มีอาการกระหายน้ำ และยังสามารถทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชัก และอาจเสียชีวิตได้

ลูกพลับ ลูกพีช และลูกพลัม



ปัญหาจากผลไม้เหล่านี้คือเมล็ด และหลุมบริเวณขั้ว เมล็ดจากลูกพลับอาจทำให้เกิดโรคลำไส้เล็กอักเสบในสุนัขได้ ทำให้เกิดการอุดตันของลำไส้ ลูกพีชและพลัม มีองค์ประกอบของไซยาไนด์ ซึ่งเป็นพิษทั้งต่อมนุษย์และสุนัข สิ่งที่แตกต่างคือมนุษย์รู้วิธีทานที่ถูกต้อง แต่สุนัขไม่ทราบ

ไข่ดิบ



มี 2 ปัญหาที่พบในไข่ดิบ คือ พิษจากเชื้อโรคที่มากับไข่ เช่น เชื้อซาโมเนลล่า และอีโคไลน์ ปัญหาอย่างที่สองคือเอนไซน์ที่มีอยู่ในไข่ดิบ จะไปรบกวนการดูดซึมวิตามินบี ซึ่งมีผลต่อผิวหนังของสุนัข เมื่อทานไข่ดิบเป็นเวลานานติดต่อกัน

เนื้อสัตว์และปลาดิบ



ก็เหมือนกับไข่ดิบ ที่จะมีเชื้อโรคที่จะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ปลาบางชนิดเช่น แซลมอน มีปรสิต ที่ก่อให้เกิดโรค ถ้าไม่ได้รับการรักษาภายใน 2 สัปดาห์ อาจเสียชีวิตได้ สัญญาณของอาการป่วย อาเจียน มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ปลาปรุงสุกจะช่วยฆ่าพยาธิและปกป้องสุนัขของคุณได้

เกลือ



การให้สุนัขทานอาหารเค็ม หรือ อาหารที่มีเกลือปริมาณมาก จะทำให้กระหายน้ำ และถ่ายปัสสาวะบ่อย และนำไปสู่ภาวะเป็นพิษจากโซเดียม อาการจากการทานเกลือมากเกินไป คือ อาเจียน ท้องเสีย ซึมเศร้า อุณหภูมิในร่างกายสูง ชัก และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้

ของหวานและเครื่องดื่ม



การทานของหวานมากเกินไป จะทำให้เป็นโรคอ้วน ฟันมีปัญหา และเป็นโรคเบาหวานได้

แป้งหมักจากยีสต์ (ยังไม่ผ่านการอบ)



ถ้าสุนัขทานเข้าไป มันจะเข้าไปพองในช่องท้อง ทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง และในกระบวนการหมักขนมปังด้วยยีสต์ จะมีแอลกอฮอล เกิดขึ้นมา ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอลเป็นพิษได้

ยาของมนุษย์



ยาที่คุณใช้สามารถเป็นพิษกับสุนัขของคุณได้ เช่นเดียวกับยาของคุณไม่สามารถใช้กับเด็กๆ ได้ ควรเก็บยาให้พ้นจากสุนัข และไม่ควรให้ยาใดๆ นอกจากสัตว์แพทย์แนะนำ เช่น ยากลุ่มพวก อะเซตามิโนเฟน หรือ ไอบูโปรเฟน ซึ่งมีในกลุ่มยาพาราเซตามอล ยาแก้ปวด และแก้หวัด ซึ่งมีผลต่อสุนัขถึงชีวิตได้

ตัวอย่างอาหารที่สุนัขทานได้
ผลไม้สดบางอย่าง



แอปเปิ้ล ส้ม กล้วย แตงโม ผลไม้แสนอร่อยสำหรับสุนัขของคุณ แต่ควรนำใบ และเมล็ดออกก่อนที่จะให้สุนัขทาน เพราะอาจเป็นอันตรายได้

ผักบางชนิด



แครอทสติ๊ก ถั่วเขียว ชิ้นแตงกวา หรือ มันฝรั่งอบ สามารถนำมาให้สุนัขทานเป็นขนมว่างเพื่อสุขภาพได้ แต่ไม่ควรให้ทานมันฝรั่งดิบ หรือ มันดิบต่างๆ

ข้าวสวยหรือพาสต้า



การเสริฟข้าวสวย พร้อมกับไก่ต้ม ให้สุนัขทาน จะช่วยให้ระบบทางเดินอาหารดีขึ้น


Credit: http://pets.webmd.com/dogs/ss/slideshow-foods-your-dog-should-never-eat

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สรุปสาระสำคัญของ พรบ.การป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

สาระสำคัญของการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและ การจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

สัตว์ ที่ได้รับการคุ้มครอง คือ (ม.๓) 
๑.สัตว์ซึ่งโดยปกติเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์บ้าน 
๒.สัตว์เลี้ยง เพื่อใช้งาน 
๓.สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นพาหนะ 
๔.สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเพื่อน 
๕.สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร 
๖.สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการแสดง 
๗.หรือสัตว์เลี้ยง เพื่อใช้ในการอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตาม 
๘.และสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติตามที่ รัฐมนตรีประกาศก าหนด

การทารุณกรรม คือ (ม.๓) 
๑.การกระทำหรือ งดเว้นการกระทำใดๆ 
๒.ที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่า ทางร่างกายหรือจิตใจ 
๓.ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ อาจมีผลทำให้สัตว์นั้นตาย 
๔.ให้หมายความรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์ เจ็บป่วย สัตว์ชรา หรือสัตว์ที่กำลังตั้งท้อง 
๕.เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ 
๖.ใช้สัตว์ประกอบกามกิจ 
๗.ใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควร 
๘.ใช้ให้ทำงานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์ นั้นเจ็บป่วย ชรา หรืออ่อนอายุ

การกระทำต่อไปนี้ ได้รับการยกเว้น ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรม สัตว์ มี ๑๑ ประการ ประกอบด้วย (ม.๑๘) 
๑.การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร ทั้งนี้ เฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร 
๒.การฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่าย เนื้อสัตว์ 
๓.การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาดสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ 
๔.การฆ่าสัตว์ในกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าสัตว์ป่วย พิการ หรือบาดเจ็บและไม่ สามารถเยียวยาหรือรักษาให้มีชีวิตอยู่รอดได้โดยปราศจากความทุกข์ทรมาน 
๕.การฆ่าสัตว์ตามพิธีกรรมหรือความเชื่อทางศาสนา 
๖.การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกาย ของมนุษย์หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สิน 
๗.การกระทำใดๆ ต่อร่างกายสัตว์ซึ่งเข้าลักษณะของการประกอบอาชีพการสัตวแพทย์โดยผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์หรือผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นให้ กระทำได้โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ การสัตวแพทย์จากสัตวแพทย์สภาตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์ 
๘.การตัด หู หาง ขน เขา หรืองาโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่เป็นอันตราย ต่อสัตว์หรือการดำรงชีวิตของสัตว์ 
๙.การจัดให้มีการต่อสู้ของสัตว์ตามประเพณีท้องถิ่น 
๑๐. การกระทำอื่นๆที่มีกฎหมายกำหนดให้สามารถกระทำได้เป็นการเฉพาะ 
๑๑.การกระทำอื่นใดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบ

การจัดสวัสดิภาพสัตว์
ห้ามไม่ให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำ การใดๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มี เหตุอันควร  

ผู้กระทำการทารุณกรรมสัตว์จะมีโทษ จำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือ ปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
การไม่จัดสวัสดิภาพสัตว์และปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดจะ มีโทษปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท

Credit: http://www.thailanddogshow.com/image/Article-lern/news_tspca_03.pdf
            http://dcontrol.dld.go.th/th/index.php/2014-08-26-04-49-56/168-01