วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560

วิธีการ สื่อสารกับสุนัข

ไม่ว่าคุณจะมีเจ้าตูบเพื่อนใจตัวใหม่ หรือสนิทกับมันมานานแล้ว ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรรู้จักพฤติกรรมการสื่อสารของมัน เพื่อที่จะได้ตอบสนอง หรือปรับตัวเข้าหาความต้องการและเข้าใจความรู้สึกของมันได้ เพราะสุนัขก็ใช้สีหน้าท่าทางในการบ่งบอกให้ผู้อื่นรู้ เหมือนคนเราเช่นกัน และแม้ว่าภาษากายบางอย่างของมันจะคล้ายคลึงกับมนุษย์ แต่ความหมายอาจเป็นไปคนละทาง ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการตีความหมายการสื่อสารของมัน และโต้ตอบกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น








Credit: http://www.wikihow.com/Communicate-With-Your-Dog

วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

วิธีการดูแลพุดเดิ้ลทอย

พุดเดิ้ลทอยนั้นทั้งสดใส ฉลาด ชอบจะเรียกร้องความสนใจและรักที่จะอยู่ข้างเจ้าของของมันอยู่ตลอด มันเป็นสุนัขตัวเล็กที่อดทนและสามารถใช้ชีวิตได้ดีในช่วงวัยรุ่น แต่ในช่วงที่มันเป็นผู้ใหญ่ มันก็อาจจะต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะใช้ชีวิตในช่วงชราได้มีความสุข แอดมินจึงนำวิธีการ ดูแลพุดเดิ้ลทอย มาฝากค่ะ








Credit: http://www.wikihow.com/Care-for-a-Toy-Poodle

วิธีการ คำนวณอายุสุนัขโดยดูจากฟัน

วิธีการ คำนวณอายุสุนัขโดยดูจากฟัน
รู้หรือไม่ว่าคุณสามารถกะอายุของสุนัขได้โดยดูฟันของมัน? การตรวจดูฟันของสุนัขที่โตเต็มวัยแล้วจะช่วยให้คุณคำนวณอายุคร่าวๆ ของสุนัขได้ สำหรับลูกสุนัข การกะอายุจะทำได้อย่างแม่นยำกว่าหน่อยเพราะฟันน้ำนมของลูกสุนัขมักจะหลุดไปตามอายุ







Credit: http://www.wikihow.com/Determine-Your-Dog%27s-Age-By-Its-Teeth

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วิธีการ ฝึกสุนัขให้นั่ง

การฝึกสุนัขให้นั่งตามคำสั่งนั้นเป็นการฝึกที่ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งและคำสั่งให้นั่งมักจะเป็นคำสั่งแรกที่สุนัขต้องเรียนรู้ในการฝึกเชื่อฟังตามคำสั่งพื้นฐาน การฝึกสุนัขให้นั่งได้นั้นมีประโยชน์หลายอย่าง และในระหว่างฝึกก็ยังได้เริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและสุนัขอีกด้วย เมื่อสุนัขสามารถนั่งตามคำสั่งเจ้าของได้แล้ว การฝึกด้านอื่นๆ ในอนาคตก็จะทำได้ง่ายขึ้น แต่เจ้าของก็ต้องเลือกวิธีฝึกให้เหมาะสมด้วย เพราะวิธีฝึกบางวิธีใช้ได้ผลดีกับลูกสุนัข ขณะที่วิธีฝึกบางวิธีเหมาะกับสุนัขที่โตกว่านี้และไม่ซุกซน

วิธีการที่ 1 เลือกสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการฝึก


เริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป. สุนัขและโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกสุนัขจดจ่อกับอะไรได้ไม่นานและวอกแวกง่าย จงจดจำเรื่องนี้ไว้ระหว่างฝึกสุนัขและเริ่มการฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไปในตอนแรก เว้นช่วงให้สุนัขพักบ้างเพื่อที่มันจะได้กลับมาจดจ่อกับการฝึกอย่างเต็มที่เมื่อถึงเวลา


เลือกสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการฝึก. สถานที่ฝึกควรเป็นบริเวณที่สุนัขสบายใจและค่อยข้างปลอดจากสิ่งรบกวน
สถานที่ฝึกจะเป็นห้องสักห้องหนึ่งก็ได้ เราจะได้ควบคุมพฤติกรรมสุนัขได้มากขึ้นและช่วยให้มันจดจ่อกับการฝึกได้ดีขึ้น
บอกให้คนในบ้านรู้ว่าเราจะฝึกสุนัข พวกเขาจะได้ไม่ทำอะไรรบกวนการฝึกสุนัข และจะไม่เข้ามาขัดจังหวะตอนกำลังฝึกมันอยู่


พยายามอย่าฝึกกลางแจ้ง. การฝึกกลางแจ้งจะทำให้เราป้องกันสิ่งรบกวนได้ยากขึ้นและพบสิ่งรบกวนการฝึกได้มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เราควบคุมพฤติกรรมสุนัขให้มาจดจ่อกับการฝึกได้ยากขึ้น
ถ้าเราต้องฝึกนอกสถานที่ เราต้องฝึกในบริเวณที่มีรั้วรอบขอบชิดเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขวิ่งออกไปไกล หรือใช้สายจูงควบคุมมันไว้ การฝึกกลางแจ้งจึงลดประสิทธิภาพของการฝึกลงไปมากและเพิ่มอุปสรรคในการฝึกมากยิ่งขึ้น


ดูอารมณ์สุนัขด้วย. ถ้าตอนเริ่มต้นสุนัขเริ่มการฝึกอย่างแข็งขัน สนใจฟังเรา ทำตามที่เราสั่ง และให้ความร่วมมือดี แต่จากนั้นกลับเริ่มวอกแวก ให้หยุดพักเสียก่อน สุนัขอาจเริ่มทนการฝึกไม่ไหว เราอาจต้องหาสถานที่ซึ่งมีสิ่งรบกวนน้อยกว่านี้ หรือจำกัดช่วงเวลาการฝึกให้สั้นลง (ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีแทนที่จะเป็น 10 นาที)

วิธีการที่ 2 ให้ของกินเป็นรางวัล


ให้ของกินชิ้นเล็กแต่หลากหลาย ถ้าเลือกจะให้ของกินแก่สุนัขเป็นรางวัลระหว่างฝึก ก็ควรให้ของกินชิ้นเล็กๆ จะเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพของคนและดีต่อสุขภาพของสุนัขมาเป็นรางวัลก็ได้เช่น แอปเปิล แครอท ถั่วแขก หรือไก่ ซึ่งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ถ้าสุนัขกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ก็ให้หาของกินที่มีแคลอรีต่ำ หรือของกินสำหรับการควบคุมน้ำหนัก หรือจะใช้อาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักสำหรับสุนัขมาเป็นรางวัลระหว่างฝึกก็ได้
ต้องดูให้แน่ใจว่าอาหารของมนุษย์ปลอดภัยสำหรับสุนัข มีอาหารหลายอย่างเช่น องุ่น ลูกเกด ช็อกโกแลต หัวหอม หรืออาโวคาโด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุนัขได้


ทำให้สุนัขสนใจ ก่อนที่จะเริ่มฝึก ขั้นแรกต้องให้สุนัขสนใจเราก่อน และวิธีที่จะทำให้สุนัขสนใจเราได้ดีที่สุดคือยืนอยู่ตรงหน้าของสุนัขโดยตรง ให้มันเผชิญหน้ากับเรา สุนัขจะได้สนใจเราอย่างเดียว รวมทั้งเห็นและได้ยินเราชัดเจน


ให้สุนัขเห็นของกิน ชูของกินให้มันเห็น สุนัขจะได้รู้ว่าเรามีของกิน แต่มันไม่สามารถงับของกินจากมือเราได้ สุนัขจะสงสัยว่าควรทำอย่างไรถึงจะได้ของกินชิ้นนั้นจากมือเรา ตอนนี้สุนัขต้องสนใจเราอย่างเต็มที่แล้ว


ให้ชูของกินย้ายจากบริเวณจมูกของสุนัขไปหลังหัวของมัน ชูของกินให้อยู่ใกล้ๆ จมูกของสุนัขไว้ จากนั้นจึงชูขึ้นสูงเหนือหัวของมัน สุนัขจะใช้จมูกและสายตาติดตามของกินนั้นไป เงยหน้ามองและวางก้นลงที่พื้น
เราจะต้องชูของกินไว้ใกล้หัวของสุนัข มันจะได้ไม่พยายามกระโดดขึ้นมางับของกินนั้น ให้ของกินนั้นอยู่ต่ำพอที่จะให้สุนัขนั่งอยู่กับพื้น
ถ้าสังเกตเห็นว่าสุนัขยังนั่งไม่เต็มก้น ให้เราค่อยๆ ช่วยปรับท่านั่งของมันให้สมบูรณ์ ขณะที่ยังชูของกินไว้ในระดับเดิม
ถ้าสุนัขพยายามถอยหลังเพื่อตามของกินมากกว่าเงยหน้าและนั่งอยู่เฉยๆ พยายามใช้วิธีให้ของกินเป็นรางวัลในห้องเล็กๆ เพราะจะช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของสุนัข และทำให้มันยอมนั่งง่ายขึ้น


สั่งว่า “นั่ง” ขณะที่สุนัขนั่งและให้รางวัลมัน. เมื่อส่วนก้นของสุนัขสัมผัสพื้น ให้สั่งว่า “นั่ง”ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด จากนั้นจึงให้ของกินเป็นรางวัลที่มันทำตามคำสั่ง
พยายามจำกัดคำพูด ถ้าสุนัขยังไม่นั่งทันที อย่าเพิ่งสั่งว่า “อย่าลุก นั่ง” หรือเปลี่ยนเป็นคำสั่งอื่น ถ้าพูดเพียงแค่คำสั่งนั่งและพูดชมเท่านั้น สุนัขจะเข้าใจได้ชัดเจนมากกว่า


ชมสุนัขเมื่อทำตามคำสั่ง ให้ของกินเป็นรางวัลพร้อมกับคำชม ลูบหัวและชมว่า “เก่งมาก” การให้รางวัลและคำชมจะแสดงให้เห็นว่าสุนัขได้ทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เราพอใจ ให้รางวัลและชมทุกครั้งที่สุนัขทำตามคำสั่งได้ดีระหว่างการฝึก


สั่งให้สุนัขออกจากท่านั่ง สั่งให้สุนัขออกจากท่านั่งด้วยการใช้คำสั่ง เช่น “พอ” หรือ “เลิก” ขณะที่ถอยหลังออกมาและเรียกให้มันมาหาเรา


ฝึกเป็นเวลา 10 นาที หลังจากที่สุนัขเริ่มเบื่อ ให้หยุดพักแล้วค่อยมาฝึกอีกครั้งเวลาอื่น ให้พยายามฝึกเป็นระยะเวลาสั้นๆ อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อวัน[9] น่าจะใช้เวลาฝึกอย่างต่อเนื่อง 1-2 สัปดาห์ สุนัขถึงจะทำตามคำสั่งได้


หยุดให้รางวัล เมื่อเราเริ่มใช้วิธีฝึกแบบให้ของกินเป็นรางวัล จงให้รางวัลทุกครั้งที่สุนัขนั่ง แต่เราก็คอยชมมันอย่างสม่ำเสมอด้วย หลังจากหนึ่งหรือสองสัปดาห์ เมื่อสุนัขนั่งลงเพราะเชื่อว่าจะได้ของกินเป็นรางวัล ลองเปลี่ยนมาให้บ้าง ไม่ให้บ้าง แต่ยังชมมันอยู่สมอ แล้วเราค่อยๆ ฝึกสุนัขให้นั่งด้วยการให้สัญญาณมือและสั่งว่า“นั่ง”โดยไม่ต้องให้รางวัล จนในที่สุดแค่สั่งว่า “นั่ง” มันก็ทำตามคำสั่งแล้ว

วิธีการที่ 3 ใช้การชี้นำ


ช้วิธีนี้กับสุนัขที่ควบคุมได้ยาก ถ้าใช้วิธีนี้ เราจะควบคุมสุนัขที่กำลังฝึกได้ดีขึ้น และวิธีนี้เหมาะกับสุนัขที่ซุกซนมาก
สิ่งสำคัญในการฝึกสุนัขที่อยู่ไม่สุขคือการควบคุมด้วยสายจูงและปลอกคอเพื่อส่งเสริมสุนัขให้ทำพฤติกรรมที่ดี ถ้าสุนัขทำพฤติกรรมแย่ๆ ระหว่างฝึก อย่าไปสนใจมัน เพราะถ้าเราตอบสนองต่อพฤติกรรมที่แย่ของสุนัข จะเป็นการสนับสนุนมันให้ทำพฤติกรรมแย่ๆ นั้น


ใส่สายจูงให้สุนัข ถ้าเราต้องการให้สุนัขสนใจเราและอยู่กับที่ช่วงที่ฝึกนั่ง การใช้สายจูงช่วยเราในเรื่องนี้ได้และทำให้สุนัขคอยอยู่ใกล้ๆ เราเสมอด้วย ถึงเราจะไม่ชอบใช้สายจูงอย่างมาก แต่เราก็สามารถใช้วิธีนี้ฝึกสุนัขได้อยู่ตราบเท่าที่มันยังอยู่ข้างเรา
จับสายจูงให้แน่นเพื่อควบคุมสุนัขให้อยู่ใกล้ๆ เรา แต่อย่าให้สายตึงมากจนทำให้สุนัขอึดอัด
เราอาจต้องลองใช้สายรัดหรือปลอกคอหลายแบบเพื่อหาแบบที่เหมาะสำหรับการฝึกสุนัขมากที่สุด ปลอกคอแบบมัดหัวหรือปลอดคอแบบรัดอกซึ่งแนบอกของสุนัขมากกว่าแนบหลังน่าจะทำให้เราควบคุมการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของสุนัขได้ดีขึ้น


ยืนอยู่ข้างสุนัขและกระตุ้นให้มันนั่ง เราจะช่วยสุนัขเปลี่ยนท่ายืนมาเป็นท่านั่งด้วยการค่อยๆ กดบริเวณบั้นท้ายของมันเบาๆ ตอนแรกสุนัขอาจงง แต่หลังจากมันเข้าใจแล้วก็จะนั่ง
อย่าใช้กำลังบังคับให้สุนัขนั่ง การกดมันแรงเกินไปอาจทำให้มันกลัวหรือเจ็บได้
อย่าทุบหรือตีก้นสุนัข เพราะนี้ไม่ใช่การฝึกให้มันนั่ง แต่เป็นการทำให้มันกลัวเรา
ถ้าสุนัขต่อต้านและไม่ยอมนั่ง พยายามจูงมันไปเดินเล่นเพื่อ “จบ” การฝึก หลังจากนั้นหยุดฝึกสุนัขไปก่อน


สั่งว่า “นั่ง” เมื่อก้นสุนัขสัมผัสพื้น. วางมืออยู่กับที่เป็นเวลา 30 วินาที สุนัขจะได้เห็นว่าการนั่งและคำสั่งของเรานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน


ทำซ้ำๆ ควรฝึกตามขั้นตอนเหล่านี้หลายครั้ง ให้รางวัลและชมเชยสุนัขทุกครั้งที่มันพยายามนั่งได้สำเร็จ ใช้มือของเราช่วยสุนัขให้นั่งไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะนั่งตามคำสั่งของเราได้โดยไม่ต้องชี้นำ


เปลี่ยนสภาพแวดล้อม ถ้าสุนัขต่อต้านไม่ยอมนั่งอยู่เสมอ เราควรลองเปลี่ยนสถานที่ฝึกให้เป็นสถานที่ซึ่งสุนัขอยู่แล้วสบายใจมากขึ้น เราอาจลองพักและพยายามฝึกอีกครั้งหลังจากให้สุนัขอยู่ “เงียบๆ” สักพักแล้ว


ฝึกอย่างสม่ำเสมอ สุนัขโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขที่อยู่ไม่สุขอาจต้องใช้เวลาฝึกหลายสัปดาห์จนกว่ามันจะรู้จักนั่งตามคำสั่ง เราจะต้องใจเย็นและพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเพื่อช่วยให้สุนัขสงบลงและฝึกทำตามคำสั่งได้สำเร็จเร็วขึ้น จะลองจัดเวลาฝึกในช่วงที่มีสิ่งรบกวนน้อยและหลังจากที่สุนัขได้ออกกำลังกายมามากแล้วก็ได้ เผื่อมันจะอยู่นิ่งได้มากขึ้น


ฝึกให้สุนัขนั่งตามคำสั่งโดยไม่ต้องช่วย. พอสุนัขนั่งได้ด้วยความช่วยเหลือของเราจนชินแล้ว ก็ถึงเวลาให้มันลองนั่งโดยที่เราไม่ต้องช่วย ถ้าสุนัขใส่สายจูงอยู่ ฝึกสั่งให้มัน “นั่ง”โดยไม่ต้องใช้มือกดบริเวณบั้นท้ายของมัน เริ่มให้รางวัลสุนัขทุกครั้งที่มันนั่งตามคำสั่งจนในที่สุดสุนัขสามารถนั่งได้ตามคำสั่งโดยไม่ต้องให้ของกินเป็นรางวัล

วิธีการที่ 4 ชมสุนัขเมื่อมันนั่งเอง


ใช้วิธีนี้ที่กับสุนัขที่โตแล้วและสงบเสงี่ยม. วิธีนี้ใช้กับลูกสุนัขไม่ค่อยได้ผลดีเท่าไรนัก แต่ใช้ได้ผลดีกับสุนัขที่โตแล้วและมีลักษณะนิสัยค่อนข้างสงบเสงี่ยม


ฝึกสุนัขในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบาย การเริ่มฝึกสุนัขในบ้านซึ่งมีสิ่งรบกวนน้อยนั้นดีที่สุด ฝึกในบริเวณที่ค่อนข้างเล็ก แต่มีพื้นที่พอให้สุนัขวิ่งไปรอบๆ ได้อย่างอิสระ
จำไว้ว่านี้เป็นเวลาฝึกสุนัข ไม่ใช่แค่การสังเกตพฤติกรรม เราควรใจเย็นและพยายามอย่าเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามธรรมชาติของสุนัข


สังเกตพฤติกรรมสุนัขจนกระทั้งมันนั่ง อย่าทำอะไรเพื่อคะยั้นคะยอให้มันนั่ง แต่ปล่อยให้มันเดินไปรอบๆ อย่างอิสระจนกว่าสุนัขจะนั่งของมันเอง


สั่งว่า “นั่ง!” และให้รางวัลสุนัขทันที เราต้องสั่งว่า “นั่ง” และให้รางวัลทันทีที่ก้นสุนัขแตะพื้น พูดให้ชัดเจนด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ให้รางวัลสุนัขด้วยการลูบหัวและชมว่า “เก่งมาก” หรือให้ของกินชิ้นเล็กๆ เป็นรางวัล
อย่าด่าว่าสุนัขด้วยน้ำเสียงดุดัน สุนัขจะไม่ตอบสนองต่อพฤติกรรมแบบนี้ดีนัก


ฝึกบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้ เราจะต้องฝึกบ่อยๆ สุนัขถึงจะเรียนรู้ว่าการนั่งและคำว่า “นั่ง” มีความเกี่ยวข้องกัน พยายามอยู่ใกล้สุนัขสักครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง ใช้วิธีข้างต้นกับสุนัขทุกครั้งที่มันนั่ง


สั่งให้สุนัข “นั่ง” เมื่อมันยืนอยู่. พอเราฝึกสุนัขให้เข้าใจความหมายของคำว่า “นั่ง”แล้ว ลองฝึกให้มันนั่งตามที่เราสั่งดู เมื่อสุนัขทำตามที่สั่งแล้ว ให้รางวัลเลยทันที[16] ฝึกไปเรื่อยๆ จนกระทั้งสุนัขสามารถนั่งตามคำสั่งได้โดยไม่ต้องให้ของกินเป็นรางวัล

เคล็ดลับ
ชมเชยสุนัขทุกครั้งที่มันทำตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง
สุนัขแต่ละตัวใช้เวลาฝึกไม่เท่ากัน เราต้องฝึกทุกวันจนกระทั้งมันคุ้นเคยและจากนั้นฝึกทุกสองสามวันเพื่อให้สุนัขจำได้
รักสุนัขและอดทน เราจะต้องฝึกตามขั้นตอนหลายครั้งจนกว่าสุนัขจะทำได้
อย่าตีหรือดุด่าสุนัขถ้ามันทำไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ฝึกไปเรื่อยๆ และพยายามใจเย็นเข้าไว้
ถ้าสุนัขนั่งตามคำสั่งไม่ได้ อย่าบังคับมัน ให้หยุดฝึกก่อนที่เราจะหัวเสียและพยายามฝึกใหม่ในวันพรุ่งนี้
บางครั้งให้คนในบ้านมาลองฝึกสุนัขให้นั่งบ้างก็ได้

Credit: http://www.wikihow.com/Teach-Your-Dog-to-Sit

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

วิธีการดูแลสุนัขในหน้าร้อน

หน้าร้อน (หรือหน้าไหนๆ) ของไทยมันเล่นๆ ที่ไหน ทำเอาน้องหมาแย่ได้เหมือนกัน สำคัญมากว่าคุณต้องคอยหาวิธีทำให้น้องหมาเย็นสบายเข้าไว้ เพราะถ้าเป็นโรคลมแดดหรือ heat stroke ขึ้นมาอาจร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้ อาการที่น่าเป็นห่วงก็เช่น หายใจหอบจนน่ากลัว เฉื่อยชา ง่วงๆ งงๆ หรือรุนแรงอย่างการหมดสติ ถ้าคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้รีบติดต่อสัตวแพทย์ทันที

1. จัดเตรียมน้ำไว้อย่าให้ขาด


เติมน้ำให้เต็มชามแล้ววางไว้ใกล้ๆ ตลอดเวลา เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ แต่ถือว่าสำคัญมาก ถ้าน้ำพร่องเร็ว ให้หาชามใหญ่ขึ้นหรือมีชามน้ำหลายๆ ชาม ถ้าที่บ้านอยู่กันหลายคน ให้จัดตารางผลัดกันเช็คและเติมน้ำให้น้องหมาตลอดวัน

2. หาที่ให้น้องหมาเล่นน้ำ


เติมน้ำใส่บ่อหรือสระน้ำเล็กๆ ไม่ก็อะไรที่คล้ายกัน ให้น้องหมาได้กระโจนเล่นคลายร้อนเวลาอยู่ในสนาม นอกจากนี้หมาส่วนใหญ่ก็ชอบวิ่งเล่นตอน sprinkler รดน้ำทำงานเหมือนกัน สระที่คุณหาให้น้องหมาต้องไม่ลึกเกินไปจนหมาจมน้ำได้ ต้องอยู่ในระดับที่หมายืนถึง หัวโผล่พ้นน้ำ

3. เวลาไปเดินเล่นให้พกน้ำไปด้วย


วันไหนร้อนจัดแล้วคุณพาหมาไปเดินเล่น ให้พกน้ำติดไปด้วยทั้งของคุณและน้องหมา ถ้าหมาเริ่มหอบหรือดูช้าๆ ให้หยุดพักในที่ร่มแล้วให้หมากินน้ำทันที ถ้าหมาไม่ยอมดื่มน้ำ ก็เอาน้ำเทราดบนตัวแทน

4. ให้หมาอยู่แต่ในบ้าน


วันไหนหรือช่วงไหนของวันที่ร้อนจัด ต้องให้น้องหมาหลบร้อนอยู่ในห้องหรือตรงส่วนของบ้านที่อากาศเย็นสบายที่สุด อุณหภูมิที่เหมาะสมกับหมาแต่ละตัวก็แตกต่างกันไป ถ้าคุณเลี้ยงหมาไทยพันธุ์ถึกก็สบายไป แต่หมาฝรั่งส่วนใหญ่จะเริ่มหอบแดดก็ตอนอุณหภูมิประมาณ 27 - 30 องศา อากาศบ้านเรานั้นร้อน ตลอดศกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็อย่าสงสัยว่าทำไมคนเลี้ยงหมานอกส่วนใหญ่ถึงได้เปิดแอร์ไว้ตลอด 25 - 26 องศานี่แหละกำลังดี
โดยเฉพาะอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา อากาศที่ชื้นแฉะจะทำให้น้องหมาหอบหายใจลำบาก เป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อนน่าดู ถ้าบ้านใครมีใต้ถุนหรือระเบียงร่มๆ ลมพัดผ่านเย็นสบาย ให้น้องหมาย้ายไปนอนเล่นแถวนั้นบ้างก็คลายร้อนได้ดี

5. หาที่ร่มๆ ให้น้องหมา


ถ้าเป็นหมาเลี้ยงนอกบ้าน ให้ทำคอกแบบแดดร่มลมตก หรือหาผ้าใบมาคลุมระเบียงแทน ถ้าตอนกลางวันหมาอยู่นอกบ้าน ให้หาผ้าใบหรืออะไรมาคลุมบังแดด ง่ายสุดคือใช้ผ้าห่มบางๆ หรือผ้าปูที่นอนนี่แหละ

6. ใช้แผ่นรองนอน cooling pad


เดี๋ยวนี้มีหลายแบบให้คุณเลือกใช้ แต่ละแบบก็มีไว้ให้น้องหมารองนอนเย็นๆ ด้วยกันทั้งนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นเจลที่ช่วยระบายความร้อนจากตัวน้องหมา หรือจะทำเองก็ได้ โดยหาผ้าเช็ดตัวชื้นๆ มาปูบนพื้นครัว หมามานอนจะได้เย็นสบาย

7. อย่าออกไปเดินเล่นกลางวันแสกๆ



พาน้องหมาไปเดินเล่นตอนเช้าตรู่หรือตอนเย็นๆ ค่ำๆ แทน เพราะอากาศเย็นกว่าเยอะ แต่ถ้าเวลาดังกล่าวก็ยังร้อนและ/หรือชื้นเป็นพิเศษ ให้เลื่อนไปก่อน อย่าเพิ่งออกไปเลย ไปเดินเล่นกันในที่ร่มๆ อากาศเย็นสบาย จะทำให้เดินง่ายสบายตัว บ้านใครติดพวกสวนสาธารณะ ทะเล หรือแม่น้ำนี่โชคดีเลย เพราะเหมาะมากสำหรับการเดินเล่น
จำกัดกิจกรรมน้องหมาโดยใช้สายจูง น้องหมาจะได้ไม่คึกเกินจนตัวร้อนจัด
ระวังอุ้งเท้าน้องหมาเหยียบโดนพื้นซีเมนต์ร้อนๆ พวกทางเท้าต่างๆ มักจะร้อนน่าดู เวลาน้องหมาไปเดินเท้าจะพองเอา ถ้าเป็นไปได้ให้น้องหมาเดินเล่นบนพื้นหญ้าจะดีกว่า วันไหนร้อนๆ พื้นปูนน่ะเลี่ยงได้เลี่ยงเถอะ วิธีทดสอบว่าพื้นปูนร้อนไปหรือเปล่า ก็คือเอาฝ่ามือของคุณเองแปะลงไป ถ้าร้อนลวกมือก็แปลว่าน้องหมาต้องหลบไปหรือใส่รองเท้าจิ๋วให้แทน
ถ้าคุณทนวางมือบนพื้นซีเมนต์ไม่ได้ถึง 15 วินาที แสดงว่าให้รอก่อน ค่อยเอาน้องหมาไปเดินตอนที่แดดร่มลมตกกว่านี้

8. พาหมาไปตัดขน



ดนี้สำคัญมากถ้าหมาของคุณขนหนายาว แต่ถ้าตัดสั้นไปก็ต้องรอนานหน่อยกว่าขนจะงอกกลับมาเหมือนเดิม ระวังอย่าให้ช่างถึงกับโกนขนน้องหมาจนเหี้ยนเตี้ยน ถ้าขนหายเหลือแต่ตัวโกร๋นๆ จะทำให้หมายิ่งเสี่ยงถูกแดดเผา

9. ห้ามทิ้งหมาไว้ในรถเด็ดขาด


อันตรายมาก เพราะเวลาจอดรถดับเครื่องทิ้งไว้อากาศข้างในจะร้อนขึ้นเร็วมาก อาจอันตรายถึงขั้นทำหมาตายได้เลย แถมคุณยังเสี่ยงถูกตำรวจจับและดำเนินคดีตามพ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์อีกด้วย
เวลาขับรถก็ต้องแง้มกระจกไว้ให้น้องหมาเหมือนกัน และพกน้ำไปด้วยเสมอ เดี๋ยวนี้ทิ้งหมาไว้ในรถตอนอากาศร้อนก็เสี่ยงผิดกฎหมายได้ เพราะเหมือนเป็นการทรมานสัตว์โดยไม่รู้ตัว เวลาขับรถให้เปิดแอร์อยู่ที่ 24 องศา แต่ถ้ารถไม่มีแอร์ ให้ทิ้งน้องหมาไว้ที่บ้านดีกว่าถ้าวันนั้นอากาศร้อนจัด

10. หมั่นสังเกตอาการน้องหมา


วันไหนอากาศร้อนจัดอย่าให้น้องหมาคลาดสายตา ถ้ามีอาการผิดปกติ อย่างหอบหายใจหนักผิดปกติ ให้ติดต่อสัตวแพทย์ทันที ถ้าหมาเริ่มแสดงอาการว่าอากาศร้อนเกินไป ให้รีบพาหลบแดดหรือไปที่เย็นๆ ทันที แล้วหาน้ำให้กินคลายร้อน ถ้าคุณคิดว่าน้องหมาเป็น heatstroke แน่ๆ ให้เลื่อนลงไปอ่านวิธีดูแลน้องหมาเป็นลมแดดต่อไป

11. ปฐมพยาบาลเมื่อน้องหมาเป็นลมแดด


วัดอุณหภูมิที่ก้น รูก้นจะอยู่ล่างหางลงมาพอดิบพอดี ให้เอาปิโตรเลียมเจลลี่หรือสารหล่อลื่นแบบน้ำทาที่กระเปาะเทอร์โมมิเตอร์ก่อน แล้วค่อยเสียบก้นวัดไข้ ถ้าน้องหมาอุณหภูมิตัว 40 องศาขึ้นไป แปลว่าเสี่ยงเกิด heatstroke ให้รีบพาไปหาหมอด่วน
ระหว่างโทรหาหมอต้องคอยลดไข้น้องหมาไปพลางๆ แต่ไม่ใช่ให้ตัวเย็นเฉียบพลัน และพออุณหภูมิลดลงถึง 39 องศาให้หยุดก่อน ถ้าน้องหมาตัวเย็นมากไปหรือเย็นลงเร็วเกินไปอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้


ใช้น้ำลดอุณหภูมิ ใช้สายยางฉีดน้ำใส่น้องหมาหรือจะเอาหมาไปแช่น้ำในอ่างหรือซิงค์ล้างจานก็ได้ ใช้น้ำเย็นไม่มากนะ อย่าใช้น้ำเย็นจัด ถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนแบบปุบปับอาจเป็นอันตรายต่อน้องหมาได้ ห้ามลดไข้เร็วๆ โดยใช้น้ำเย็นเจี๊ยบเด็ดขาด อย่าลืมฉีดน้ำใต้ท้อง ตามซอกขา แล้วก็ใต้หางด้วย


ห้กินอะไรเย็นๆ หาอะไรเย็นๆ ให้น้องหมากินโดยแบ่งกินทีละน้อย ถ้าให้กินรวดเดียว (อย่างให้กินน้ำใส่น้ำแข็งชามโตๆ) อาจทำให้หมาช็อคได้ ให้หมากินซุปเนื้อหรือซุปไก่จืดๆ แช่แข็งก็ได้ หรือจะเอาน้ำอะไรไปทำน้ำแข็งให้หมากินแทนขนมก็ดี วันไหนร้อนจัดๆ แค่ได้เลียได้เคี้ยวน้ำแข็งเล่น น้องหมาก็สุขสุดๆ แล้ว อย่าเป็นฝ่ายยัดก้อนน้ำแข็งหรือเทน้ำกรอกปากหมา เพราะถ้าสำลักจะไหลเข้าปอด จนเกิดโรคแทรกซ้อนอย่างปอดบวมหรืออันตรายถึงตายได้


ให้หมายืนบนผ้าเปียก หรือจะเอาผ้าชุบน้ำมาห่มตัวน้องหมาให้เย็นลงก็ได้
คุณจะเอาผ้าห่อถุงน้ำแข็งหรือถุงผักแช่แข็งก็ได้ แล้วเอามาประคบตามตัวและซอกขารวมถึงแถวๆ คอ จุดพวกนี้แหละที่มีเส้นเลือดใหญ่ ถ้าประคบเย็นที่เส้นเลือดจะทำให้ภายในร่างกายของหมาเย็นตามไปด้วย


ซับแอลกอฮอล์ล้างแผลที่ใต้ฝ่าเท้า เพราะแอลกอฮอล์ล้างแผลระเหยไว เลยช่วยระบายความร้อนไปในตัว แต่อย่าทำบ่อยนะ เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้อุ้งเท้าน้องหมาแห้งแตก


ถ้ามีสัญญาณอันตรายให้พาไปหาหมอด่วน สัญญาณที่บอกได้ว่าหมากำลัง heatstroke คือ
     หายใจหอบผิดปกติ
     ลิ้นบวมหรือสีแดงสด
     ทำอะไรช้า เฉื่อยชา
     ไม่ตอบสนองหรือตอบสนองช้ามาก

Credit: http://www.wikihow.com/Keep-a-Dog-Cool-in-Hot-Weather